อาหารสำหรับคนเป็นโรคเกาต์ที่สามารถกินได้

1684 views 8:07 am 0 Comments October 29, 2024
โรคเกาต์

โรคเกาต์ เป็นหนึ่งในอาการที่มักพบเจอได้บ่อยในผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่เป็นโรคอ้วนและเบาหวานพบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ในวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับโรคนี้ พร้อมคำแนะนำเบื้องต้นเพื่อลดอาการนี้กันค่ะ

โรคเกาต์ คืออะไร?

โรคเกาต์ เป็นโรคของข้ออีกเสบชนิดหนึ่งที่เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในเลือดมากเกินไป จนเกิดการตกผลึกของกรดยูริกในข้อ ทำให้เกิดอาการอักเสบ บวม แดง และปวดอย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณข้อนิ้วหัวแม่เท้า

สาเหตุของโรคเกาต์ คืออะไร?

สาเหตุของการเกิดเกาต์เบื้องต้นมีดังต่อไปนี้

  • การสร้างกรดยูริกมากเกินไป เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์, อาหารทะเลบางชนิด
  • การขับกรดยูริกออกจากร่างกายไม่ดีพอ มักเกิดจากปัญหาที่ไต
  • ปัจจัยอื่นๆ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์, น้ำหนักเกิน, การใช้ยาบางชนิด, โรคบางชนิด เช่น โรคไตเรื้อรัง

อาการของโรคเกาต์ มีอะไรบ้าง?

  • ปวดข้อเฉียบพลัน มีอาการปวด บวม แดง ร้อน บริเวณข้อ โดยเฉพาะข้อนิ้วหัวแม่เท้า
  • ข้อเสียหาย หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา อาจทำให้ข้อเสียหาย เกิดการผิดรูป และข้อเคลื่อนไหวไม่สะดวก

วิธีรักษาโรคเกาต์?

การรักษาอาการมีดังต่อไปนี้

  • รักษาโดยการใช้ยา แพทย์จะให้ยาลดการอักเสบ ยาลดกรดยูริก และยาอื่นๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งยาที่ใช้รักษาโรคเกาต์มีหลายชนิด โดยแพทย์จะเลือกชนิดและขนาดยาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและสภาพร่างกายของผู้ป่วย ยาที่ใช้รักษาโรคเกาต์โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
  • ยาแก้ปวดและลดการอักเสบ ใช้เพื่อบรรเทาอาการปวด บวม แดง และอักเสบในระยะเฉียบพลัน เช่น ยาในกลุ่ม NSAIDs (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) เช่น ibuprofen, naproxen
  • ยาลดระดับกรดยูริก ใช้เพื่อลดระดับกรดยูริกในเลือด ลดการเกิดผลึก และป้องกันการกลับมาเกิดโรคซ้ำ เช่น allopurinol, febuxostat, uricosuric agents
  • ข้อควรระวัง: การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากยาทุกชนิดมีผลข้างเคียง ควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากมีอาการไม่พึงประสงค์ใดๆ
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การควบคุมอาหาร ลดการดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • การดูแลข้อ หลีกเลี่ยงการใช้งานข้อที่ปวดเพื่อป้องกันการอักเสบ

วิธีป้องกันโรคเกาต์ ทำอย่างไร?

  • ควบคุมอาหาร: หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารพิวรีนสูง ดื่มน้ำมากๆ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และขับของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้น
  • ควบคุมน้ำหนัก: ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกาต์
  • ตรวจสุขภาพ: ตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อตรวจวัดระดับกรดยูริกในเลือด

อาหารที่รับประทานได้

อาหารที่ผู้ป่วยโรคเกาต์สามารถรับประทานได้มีหลายอย่าง เช่น

  • ผัก ผักใบเขียว ผักสีเหลือง ผักสดต่างๆ
  • ผลไม้ เช่น เชอร์รี่, สตรอว์เบอร์รี, แตงโม, กล้วย
  • ธัญพืช ข้าวกล้อง, ข้าวโอ๊ต
  • โปรตีน ปลา, ไข่ขาว, ถั่ว

อาหารที่ไม่ควรทาน

อาหารที่ไม่ควรรับประทานเพราะอาจทำให้เกาต์กำเริบขึ้นได้ เช่น

  • อาหารที่มีสารพิวรีนสูง เครื่องในสัตว์, อาหารทะเลบางชนิด (กุ้ง, ปู, หอย), เนื้อแดง, ถั่วบางชนิด (ถั่วเลนทิล, ถั่วลิสง)
  • อาหารแปรรูป ไส้กรอก, เบคอน, ปลาเค็ม
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์และเหล้า
  • อาหารหวาน น้ำอัดลม, ของหวาน

การรักษาโรคเกาต์ต้องอาศัยทั้งการใช้ยาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเฉพาะการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการพักผ่อน หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อที่จะได้รับการรักษาที่ถูกต้องมากที่สุด

นอกจากนี้สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับโรคอื่นๆที่มักพบเจอได้บ่อยในผู้สูงอายุ ได้แก่ โรคทางเดินอาหาร นั่นก็คือปวดท้องกระเพาะอาหาร ที่สามารถพบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ได้แล้วที่นี่

Tags: , ,